ไหนๆก็ไหนๆละ ลงฟิคเล่นดีก่าเหอๆ (แต่งไว้นานละ)
......ลืมบอกไปเรื่องหนึ่ง ใครที่เคยอ่านเรื่องนี้มานานแล้วก็ช่วยอ่านอีกเถอะนะ เพราะอุตสามานั่งแก้เนื้อเรื่องที่เสียบางจุดจนเกือบหมดแล้ว แล้วก็เนื้อเรื่องบางช่วงอาจจะมีส่วนที่เพิ่มเข้าไปด้วย เพราะงั้นกระผมขอวอนทุกท่านช่วยติดตามผลงานของผู้ด้อยประสบการณ์คนนี้ต่อด้วยเถิด~ สาธุ...
พล่ามมานาน.. เริ่มเลยละกัน...
Encounter
Idealist
Nationalist
Miscegenation
Aspire
Talent
Feud
Illimitable
War
EINMATFIW : The Starting Point of The End
บทนำเรื่อง 1.. ปี N.T.ที่ 10,856 ยุคอนาคตที่จักรวาลมีความเจริญสูงที่สุด เป็นยุคที่รวบรวมวิทยาการตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ตั้งแต่เรื่องของเวทมนต์ในอดีตมาจนถึงวิทยาศาสตร์ในปัจจุบัน เรื่องของการแลกเปลี่ยนความรู้และวิทยาการต่างๆของมนุษย์ต่างดาวในหลายๆที่ ซึ่งเป็นยุคที่น่าจะสงบสุขที่สุด แต่ทว่า.. นี้กลับเป็นยุคที่มีสงคราม ของกลุ่มกบฏที่เรียกตัวเองว่า “Erotiar”เป็นกองทัพที่ทำการยึด Renitor ของดวงดาวต่างๆซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นในการเดินทางไปยังที่ต่างๆเอาไว้ ดังนั้น จึงได้มีการแต่งตั้งกองทัพ Clonosfia ซึ่งเป็นศูนย์กลางในการช่วยเหลือประชาชน ให้มีหน้าที่ในการควบคุมกองทัพทหารและกองทัพอื่นๆที่เป็นพันธมิตร เพื่อเข้าจัดการกับกองทัพ เอโรเทีย แต่สงครามครั้งนี้กลับยืดเยื้อมาเป็นเวลานานมาก ซึ่งกินเวลามานานถึง 997 ปี ซึ่งการทำสงครามครั้งนึงกินเวลายาวนานถึง 40-50ปีจะมีเป็นบางครั้งเท่านั้นที่กองทัพทั้งสองฝ่ายต้องยุติการรบลงชั่วคราว ซึ่งการยุติการรบเป็นเหมือนกับความสงบสุขชั่วคราว เพราะทั้งสองฝ่ายต้องจัดเตรียมกองทัพจำนวนมากซึ่งกินเวลานานหลายปี ช่วงนี้จึงถูกเรียกว่า “ฤดูจำศีล” แต่คนรุ่นหลังโดยส่วนใหญ่ไม่เคยเห็นหรือรู้จักหน้าตาของคนในเอโรเทีย เลย และไม่มีใครรู้ว่าทำไมหัวหน้าใหญ่รวมถึงลูกน้องของ เอโรเทีย ถึงมีอายุที่ยืนยาวมากกว่า 1000 ปี..
.............................................................................................................................................................
ปี N.T.ที่ 10,858 ช่วงเริ่ม ฤดูจำศีล วันที่ 18/5/10,858 เวลา 9.58 pmณ โรงพยาบาลแห่งหนึ่งซึ่งเต็มไปด้วยทหารที่บาดเจ็บในการทำสงคราม บ้างก็นอนนิ่งเงียบบ้างก็ร้องโหยหวนออกมาอย่างเจ็บปวด แต่ละที่นั้นเต็มไปด้วยทหารและคนหลายๆคนที่บาดเจ็บอย่างหนักเต็มไปหมด ยกเว้น บริเวณห้องคลอดเท่านั้น ที่มีเพียงชายคนหนึ่งนั่งอยู่คนเดียว...
“เจโช!”มีชายคนหนึ่งร้องเรียกและเดินเข้ามาหา ชายคนนั้นค่อยเงยหน้าขึ้นช้าๆแล้วหันมาหาคนที่เรียก “มาทันหรือเปล่า?”
“ไม่ทันน่ะ... ช้าไป 2นาที” เจโชตอบด้วยอาการซึมๆ “ภรรยาฉันเข้าไปก่อนตั้งนานแล้ว”
“หรอ..” ชายคนนั้นเงียบไปหลังจากที่ได้ฟังคำตอบ
“แล้วนายน่ะ มีธุระอะไร? ปกติถ้านายไม่มากวนประมาทก็มาแจ้งข่าวแค่นั้นนี่” เจถามด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเคร่งเครียด
“อือ... มีคำสั่งจากกองทัพน่ะ... ตอนนี้กองทัพมีคำสั่งให้ยุติเรื่องระหว่างเอโรเทียก่อนเพราะรู้สึกว่าเพราะตอนนี้ต่างผ่ายต่างก็เริ่มจะเริ่มหมดกำลังก็แล้วน่ะ แล้วก็มีข่าวอีกเรื่องหนึ่ง”เขาหันหน้าไปมองซ้ายขวาดูรอบๆ แล้วเริ่มพูดกับเจด้วยเสียงที่ค่อนข้างเบา “ ตอนนี้มีข่าวเรื่องเจ้าพวกที่เริ่มรวบรวม อวัยวะปีศาจอีกแล้วนะ”เขาพูดเบาๆ
“หืม!?” เจเริ่มมีสีหน้าเครียดขึ้นมาอีกหลังจากที่รู้ “เอาอีกแล้วแฮะ ไอ้พวกบ้านั่นน่ะ เมื่อไหร่มันจะหยุดกันซะทีฟะ มีแต่เรื่องจนน่ารำคาญไปหมดเลย!”
“...”ชายคนนั้นเงียบไปแล้วค่อยๆเริ่มเอ่ยออกมา “ตอนนี้น่ะมีข่าวอีกเรื่องหนึ่ง ไม่เกี่ยวกับเรื่องของกองทัพหรอก”
“อะไรล่ะ?” เจถาม
“นายเคยได้ยินเรื่องผู้หญิงที่ชื่อ ลูน่า ฮอคทาล รึเปล่า” ชายคนนั้นถามต่อ
“..หืม ? ทำไมหรอ” เจเกิดความสงสัยขึ้นมานิดๆ
“ยังไม่เคยได้ยินสินะ กะแล้วว่าต้องไม่รู้จัก” เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่กวนประสาท
“แล้วมันหนักหัวใครล่ะ”เจพูดเสียงหวนๆเพราะโกรธนิดหน่อย
“โทษน่า แหะๆ จริงๆแล้วมันเป็นข่าวที่ห้ามไม่ให้คนที่ไม่เกี่ยวข้องรู้เด็ดขาดน่ะ” เขาหยุดพูดไปก่อนเนื่องจากมีพยาบาลคนหนึ่งเดินผ่านมาที่เขาสองคน
“มันเป็นเรื่องอะไรล่ะ?”เจถาม
“คืองี้” เขาเบาเสียงลง “ก่อนหน้านี้ประมาณ 7 เดือนก่อนผู้หญิงคนนี้เพิ่งจะแต่งงานแล้วก็..”
“แล้วไง ไม่เห็นต้องทำลับๆล่อเลยนี่”เจพูดแทรกขึ้นมา
“อือ ฟังให้ดีๆนะ แล้วก็อย่าแทรกกลางคันเด็ดขาด” เขาหยุดหายใจไปซักพักแล้วเอ่ยออกมา “ก็คนที่แต่งกับผู้หญิงคนนี้คือ Nekia Dibihad น่ะสิ”
!!เจโชถึงกับสะดุ้งขึ้นทันทีเมื่อได้ยินชื่อนี้ “อะไรนะ?ทำไมนีเคียมันถึงไปแต่งกับ..”เจรีบมองไปซ้ายขวาเพื่อดูว่ามีใครฟังรึเปล่า เมื่อแน่ใจว่าไม่มีคนแอบฟังหรือได้ยินจึงถามต่อ “ทำไมถึงแต่งกับผู้หญิงคนนั้นล่ะ แล้วไม่มีใครรู้รึไง”
“อือ ไม่มีใครรู้เลยว่าเจ้านั้นคือนีเคียน่ะ คงเพราะผู้หญิงคนนั้นไม่เคยเห็นหน้าหรือรู้จัก นีเคียหัวหน้าใหญ่ของเอโรเทียล่ะมั้ง” เขาเงียบไปชั่วครู่ “แต่ว่าตอนที่เธอรู้ความจริงถึงกับช๊อกเลยล่ะ เพราะนึกไม่ถึงว่าสามีตัวเองความจริงคือเจ้าบ้านั้นน่ะ”เขาหยุดกลางคัน เนื่องจาก มีคนเดินผ่านมา “แล้วเพื่อนๆหรือว่าญาติของเธอล่ะ?”เจถามด้วยความสงสัย “ไม่มีใครรู้จักเลยรึไง?”
“อือ ไม่มีแม้แต่คนเดียวเลย คงเพราะบางที มันผ่านมาหลายปีแล้ว คนก็เลยไม่ได้สนใจเรื่องรูปร่างหน้าตาของนีเคียเลยล่ะมั้ง แล้วก็ตอนนี้ผู้หญิงคนนั้นน่ะ กำลังท้องอีกน่ะสิ”
“เฮ้ยๆ อย่าบอกนะว่าท้องกับไอ้บ้านีเคียน่ะ”เจถามเสียงเข้ม
“ก็ท้องกับเจ้าบ้านีเคียนั้นแหละ ถ้านายไม่เชื่อลองไปถามดูก็ได้ ตอนนี้เธอนอนซมอยู่ชั้น3ที่นี้น่ะ”ระหว่างที่ยังพูดกัน อยู่ๆก็มีเสียงเด็กร้องขึ้นมา และประตูห้องคลอดก็เหวี่ยงเปิดออกมา ตึง! แล้วหมอในห้องก็เดินมาพูดกับเจว่า
“ตอนนี้หมอทำคลอดเสร็จแล้วนะ ส่วนภรรยาของคุณปลอดภัยดี แต่ผมขอนำเด็กแฝดทั้งคู่ไปตรวจสอบเพื่อความปลอดภัยก่อนล่ะกัน”
“ขอบคุณมากครับ ที่ช่วยทำคลอดให้ภรรยาของผมน่ะ”เจกล่าวขอบคุณ พร้อมกับเดินเข้าไปพูดกับภรรยาของตน “พยายามดีมาก เมยริน ลูกปลอดภัยแล้ว” เจพูดปลอบ แต่เมยรินกลับมีสีหน้าไม่สบายใจนัก
“ลูกต้องไม่เป็นไรหรอก”เจพยายามปลอบ “อย่าคิดมากเลยน่า”
“.....”เมยรินยังคงเงียบต่อไป
“เอ่อ.เจ มีอะไรหรอ”
“ไม่มีอะไรหรอก.. ว่าแต่หัวนายไปโดนอะไรน่ะ ชิน”
“ไม่มีอะไรหรอก ก็แค่ประตูมันเปิดมาโดนหัวแค่นั้นอ่ะ” ชินเอามือลูบหน้าผากตรงที่บวม พร้อมกับบ่นพึมพำว่า “ไม่น่าไปยืนคุยตรงนั้นเล้ย” …………………………………………………………………... วันที่ 24/5/10,858 เวลา 10.11Am
โรงพยาบาลเดิม ชั้น 3 ห้อง 308
เจนั่งอ่านหนังสือเงียบๆอยู่ข้าง เตียงของเมยริน ส่วนเมยรินยังคงนั่งเหม่อลอยอยู่บนเตียงเงียบๆ เจก็ได้แต่นั่งมองเฉยๆเพราะพยายามปลอบหลายครั้งแล้ว แต่เธอก็ไม่ดีขึ้นมาเลย ซักพักประตูห้องเปิดออกแล้วมีหมอคนหนึ่งเดินเข้ามา
“คือว่า..เรื่องลูกของพวกคุณน่ะครับ”หมอเริ่มอธิบาย “คือตอนนี้เด็กทั้งคู่ปลอดภัยดีแล้วครับแต่ว่าตอนนี้เราไม่ทราบว่าเด็กคนไหนกันแน่ที่เป็น Nifa เพราะเท่าที่เราตรวจร่างกายของเด็กทั้งสองคนดูแล้ว ไม่มีอะไรผิดปกติเลยแม้แต่อย่างเดียวครับ”
“ไม่มีอะไรผิดปกติหรือครับ?!” เจถามด้วยความงุนงงในใจก็ดีใจเล็กน้อย
“ครับ ...ดูเหมือนว่าสวรรค์จะยังช่วยเหลือเด็กทั้งคู่นะครับ” หมอพูดเหมือนแสดงความยินดีเล็กน้อย “งั้นรออีก2วันค่อยกลับไปพักฟื้นที่บ้านละกัน ผมขอตัวก่อนนะครับ”
“ขอบคุณมากครับ” เจกล่าวขอบคุณหมอ หลังจากที่หมอออกไปแล้วเจก็เดินมาคุยกับเมยริน “ลูกไม่เป็นไรแล้วล่ะไม่ต้องห่วงหรอก”เจพูดเหมือนพยายามปลอบ แต่อยู่เจรู้สึกผิดสังเกตที่เมยรินไม่ยอมตอบอะไรเลย “เอ่อ...เมยริน... เมยริน” เจหยุดเรียกไปชั่วขณะก่อนจะถอนหายใจยาวออกมาทีหนึ่งพร้อมกับคิดในใจว่า “นั่งหลับตาค้างเฉยเลยแฮะเมียตู” 2วันต่อมา หลังจากที่เมยรินออกจากโรงพยาบาลแล้ว
ในห้องๆหนึ่งบริเวณชั้นแรกของโรงพยาบาลที่หน้าต่างและประตูปิดสนิท ในนั้นมีหมอคนที่ทำคลอดให้เมยรินนั่งคุยกับชายคนหนึ่งซึ่งใส่ชุดพยาบาลชายที่ยืนอยู่ใกล้ๆกับประตู
“ไม่ผิดแน่ๆ 1ในเด็ก 2คนนั้นต้องมีคนนึงที่มีอวัยวะปีศาจติดตัวมาด้วยแน่ๆ” หมอคนนั้นเอ่ยออกมา
“แต่ว่าท่านครับท่านแน่ใจหรือครับว่ามีจริงๆน่ะ?” ชายคนนั้นถาม
“หึพวกนิฟา ที่เกิดมาไม่พิการน่ะมันต้องมีแน่อยู่แล้ว ลองดูจากคนก่อนๆสิมันมีแทบจะทุกคนเลย แต่ไอ้คนที่รอดชีวิตหลังจากปลดปล่อยผนึกน่ะ มีไม่ถึง 5คนเลยล่ะมั้ง แต่ก็ถือว่าพวกมันดวงซวยเองที่ดันไปปลดผนึกออกน่ะ”
“งั้นทำไมท่านไม่จัดการปลดผนึกที่เจ้าเด็กแฝดนั้นออกเลยล่ะครับ มันเป็นโอกาดดีออกที่จะได้อวัยวะนั้นมาเร็วๆน่ะ” ชายคนนั้นถาม
“ถ้าขืนปลดผนึกออกตอนนี้มันก็เหมือนทำลายโอกาศดีๆที่เจออวัยวะปีศาจน่ะสิ เพราะว่าอวัยวะปีศาจน่ะมันต้องรอให้เจริญเติบโตพร้อมกับร่างกายของคนที่มีด้วย ถ้าขืนปลดผนึกออกตอนนี้อวัยวะนั้นมันก็ใช้การอะไรไม่ได้ เพราะอย่างนี้ไงเราถึงต้องรอเวลาให้เจ้าเด็กทั้งสองคนนั้นมันโตก่อนแล้วค่อยจัดการมัน” หมออธิบายแล้วยิ้มแสยะ “แต่ว่า รู้สึกว่าแม่ของมันก็เป็นนิฟาที่ไม่พิการเหมือนกันนี้ รออีก 7-8ปีคงจะได้ที่แล้วละมั้ง หึหึหึ..” ทางด้านเจโชและเมยรินที่กลับมาถึงบ้านแล้ว
ทั้งคู่ต่างก็นั่งอยู่ในห้องที่ไม่ใหญ่มากนัก แต่ก็ยังถือว่ากว้างอยู่ ในห้องนั้นมีของที่เกี่ยวกับเด็กทารกจัดไว้อย่างเป็นระเบียบเต็มห้อง ผนังก็ตกแต่งไปด้วยภาพหลายๆอย่างเต็มไปหมด
“ว่าแต่จะตั้งชื่อลูกว่าอะไรดีล่ะ”เมยรินถามขณะที่อุ้มลูกมาดู
“อือ นั้นสินะยังไม่ได้คิดชื่อลูกเลยนี่...” เจตอบ
“....ห่วงแต่งานไม่ยอมคิดลูกเมียเลยนะ” เมยรินเกิดอาการงอนนิดๆ
“โถ่ พูดเล่นน่า ทำงอนไปได้(จริงๆเกือบจะลืมแล้ว)” เจอุ้มเด็กอีกคนที่นอนอยู่ในเปลออกมามา “ก็...แล้วแต่เธอจะตั้งให้ละกัน”
“ลูกคนแรกฉันตั้งไปแล้วนะ คนที่สองคุณก็ต้องตั้งให้สิ” เธอย้อนกลับมา
“จ้าๆ งั้นคนที่สามเธอก็ตั้งให้ละกัน”เจย้อนกลับบ้าง
“ก็ได้ๆแต่ตั้งให้ดีๆหน่อยละ” เมยรินย้ำ
“จ้าๆ งั้นคนแรกก็..ชื่อ Ruema ละกัน Ruema Raypinol เหมาะรึเปล่า?”
“อือ..ก็เหมาะดีนิ” เมยรินพยักหน้าเห็นด้วย “งั้นอีกคนก็..... ชื่อว่า Rufia ล่ะกัน Rufia Raypinol” ……………………………………………………………........... อธิบายท้ายบท
Clonosfia เป็นกองทัพที่มีหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนทั่วไปจนถึงคนใหญ่คนโตต่างๆ ที่จ้างวานให้ช่วยงานตามที่สั่งไว้ โดยงานแต่ละอย่างจะมีการการคัดเลือกงานที่ให้ทำว่าเหมาะสมหรือไม่จากนั้นก็จัดแบ่งระดับและค่าจ้างของงานต่างๆที่คัดไว้ หรืออาจจะได้รับภารกิจพิเศษ แต่จะมีเงื่อนไขอยู่ 2ข้อ 1.ได้รับเนื่องจากสถานการณ์เปลี่ยนแปลง 2.ได้รับเนื่องจากมีคำสั่งจากหัวหน้าหน่วยระดับสูงสั่งมา คนที่จะเข้ากองทัพโครนอสเฟียจะต้องเข้าเรียนที่โรงเรียนของ โครนอสเฟีย ซึ่งจะการศึกษาอยู่ 5 ระดับ ระดับนึงก็ใช้เวลา 1ปี (โดยรวมแล้วต้องเรียน 5 ปีขึ้นไป) แต่ละระดับความยากจะต่างกันแบบฟ้ากับเกือบตกเหว โดยส่วนใหญ่แล้วจะมาได้แค่ระดับ 2 เพราะทนไม่ไหวกับการเรียนของที่นี่ ปกติแล้วโครนอสเฟียมีหน้าที่ในช่วยเหลือประชาชน แต่เมื่อถูกแต่งตั้งให้เป็นกองทัพหลักในการจัดการกับ เอโรเทีย หน้าที่หลักของโครนอสเฟียจึงถูกเปลี่ยนให้เป็นจัดการกับ เอโรเทีย และจัดการยึด Renitor คืนมา และแก้ไขระบบให้เป็นอย่างเดิม
Erotiar เป็นกองทัพก่อการร้ายที่ทำการยึด Renitor ของดวงดาวต่างๆเอาไว้โดยการเปลี่ยนระบบของ เรนิทอล ทำให้ไม่สามารถใช่งานแบบปกติได้ โดยก่อทัพนี้มีทหารเป็นสัตว์ที่ทำการดัดแปลงให้ใช่งานในการรบกับกองทัพทหารต่างๆที่เป็นศตรูกัน ในกองทัพ เอโรเทีย ที่คนเพียง 10คนเท่านั้น แต่ละคนก็เป็นคนที่เต็มใจและถูกคัดเลือกให้มาอยู่ที่นี่ และแต่ละคนมีอายุมากกว่า 5xx – 10xx ปี ที่เหลือก็เป็น สัตว์ดัดแปลงทั้งหมด Nekia Dibihad หัวหน้าใหญ่ของกองทัพ เอโรเทีย Nifa เป็นชื่อเรียกของของคนที่เกิดมาด้วยการดัดแปลงพันธุกรรม เพื่อให้มีความสามารถเหนือกว่าคนทั่วไป แต่ว่าทุกคนที่เกิดมามีแต่คนที่พิการทุกคน
N.T. = Nosful Tiera เป็นชื่อของปีในเรื่อง Renitor เป็นที่วาปไปยัง เรนิทอลอื่นๆที่อยู่ห่างกันออกไป ซึ่ง เรนิทอลจะตั้งอยู่ในเขตเมืองต่างๆ ซึ่งจะมีเฉพาะเมืองที่เป็นศูนย์กลางของเขตนั้นๆ (เหมือนกับ อ.เมืองของจังหวัดต่างๆ)และจะมี เรนิทอลขนาดใหญซึ่งใช้สำหรับวาปไปยังดวงดาวอื่นๆ ซึ่ง เรนิทอลที่ถูกเอโรเทียยึดจะโดนเปลี่ยนระบบใหม่ทำให้ เรนิทอล อื่นๆไม่สามารถวาปมายัง เรนิทอลที่โดนเปลี่ยนระบบได้ แต่ เรนิทอลที่ถูกเปลี่ยนระบบสามารถวาปไปยัง เรนิทอลที่ถูกเปลี่ยนระบบเหมือนกันได้
edit @ 13 Dec 2007 22:50:52 by ~SeviaSvel~